
Roronoa zoro
18 August 2026
ราคาทองแดงกำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่โครงสร้างตลาดใน London Metal Exchange หรือ LME เริ่มแสดงให้เห็นถึงความตึงตัวของ Physical Market อย่างชัดเจนมากขึ้น ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่แค่ราคาที่ทำ All-Time High แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างของตลาดทองแดงในเวลานี้ ล่าสุด Spot Copper ซื้อขายสูงกว่าสัญญา 3 เดือนถึงประมาณ 543.50 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นส่วนต่างที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ Major Squeeze ในปี 2021 นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Backwardation เมื่อราคาทองแดงสำหรับส่งมอบทันทีสูงกว่าราคาสัญญาในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดกำลังบอกเราว่า “ทองแดงที่ต้องการใช้ตอนนี้ มีมูลค่ามากกว่าทองแดงที่จะได้รับในอนาคต” พูดอีกแบบคือ ผู้ซื้อกำลังยอมจ่าย Premium เพื่อให้ได้ทองแดงมาครอบครองทันที และนี่เป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนความตึงตัวของ Supply ในตลาด Physical มากกว่าการเคลื่อนไหวของราคาฟิวเจอร์สเพียงอย่างเดียว หาก Spread ระหว่าง Spot กับ Futures ยังคงขยายตัวต่อไป
สิ่งที่ตลาดกำลังเผชิญอาจไม่ใช่เพียง Copper Rally แต่เป็นภาวะ Supply Squeeze ที่กำลังเริ่มกดดันตลาดจากฝั่ง Physical Supply และเมื่อ Supply เริ่มตึงตัว ขณะที่ Demand ยังเพิ่มขึ้น คำถามต่อไปจึงไม่ใช่แค่ว่า “Copper แพงเกินไปหรือยัง?” แต่ต้องถามว่า “ตลาดจะหาทองแดงมาเติม Supply ได้จากที่ไหน?” เพราะทองแดงกำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก เราไม่ได้อยู่ในโลกของ Industrial Cycle แบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ยุคของ Semiconductor, AI, Data Center และ Electrification AI ต้องการ Data Center Data Center ต้องการไฟฟ้า ไฟฟ้าต้องการ Grid และระบบส่งจ่ายพลังงาน และ Infrastructure เหล่านี้ต้องใช้ Copper ทองแดงถูกใช้ในสายเคเบิล บัสบาร์ หม้อแปลง มอเตอร์ ระบบส่งกำลัง และอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก ดังนั้นทุกครั้งที่บริษัทเทคโนโลยีประกาศลงทุน Data Center แห่งใหม่ หรือขยาย GPU Cluster สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จบอยู่ที่การสั่งซื้อ GPU เบื้องหลังยังมีความต้องการระบบไฟฟ้าและ Infrastructure มหาศาลที่ต้องสร้างขึ้นตามมา AI ยิ่ง Scale Electricity Demand ยิ่งเพิ่ม Data Center ยิ่งเพิ่ม Grid ยิ่งต้องขยาย และ Copper Demand ก็ยิ่งเพิ่มตาม
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Copper กำลังถูกยกระดับจาก Industrial Metal ไปสู่ Strategic Metal ของยุค AI แต่จุดที่น่ากังวลที่สุดไม่ได้อยู่ที่ Demand เพียงอย่างเดียว มันอยู่ที่ Supply ทองแดงไม่ใช่สินค้าที่สามารถเพิ่ม Supply ได้ในเวลาไม่กี่เดือน การพัฒนาเหมืองใหม่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ใช้เวลาหลายปีในการสำรวจ พัฒนา และก่อสร้าง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบ ต้นทุน และภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่เหมืองเดิมก็มีข้อจำกัดของตัวเอง ทั้งคุณภาพแร่ที่ลดลงและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่า Supply ของ Copper มีความยืดหยุ่นต่ำในระยะสั้น เมื่อ Demand เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ Supply ไม่สามารถเพิ่มตามได้ทัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ใช่แค่ Commodity Boom แต่เป็น Supply Shock และตรงนี้เองที่ Copper เริ่มน่าสนใจมากขึ้น เพราะหากราคาทองแดงเพิ่มขึ้นจากแรงเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว ราคาที่สูงขึ้นอาจทำให้ Demand ลดลง และตลาดสามารถกลับเข้าสู่สมดุลได้ แต่ถ้าการเพิ่มขึ้นของราคากำลังเกิดจาก Demand เชิงโครงสร้างที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Supply ไม่สามารถตอบสนองได้ทัน ราคาที่สูงขึ้นอาจเป็นเพียงกลไกของตลาดในการจัดสรรทรัพยากรที่กำลังขาดแคลน
นี่คือความย้อนแย้งของยุค AI ยิ่งโลกต้องการ AI มากขึ้น ยิ่งต้องสร้าง Data Center มากขึ้น ยิ่งสร้าง Data Center มากขึ้น ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้น ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้น ยิ่งต้องลงทุนใน Grid และระบบส่งจ่ายไฟฟ้ามากขึ้น และยิ่งขยาย Infrastructure เหล่านี้ ก็ยิ่งต้องใช้ Copper ดังนั้นในโลกที่ “AI ขาดไม่ได้” ทองแดงก็อาจกำลังกลายเป็นวัตถุดิบที่ “ขาดไม่ได้” เช่นกัน AI ไม่สามารถ Scale ได้ด้วยชิปเพียงอย่างเดียว ทุก GPU Cluster ต้องใช้ไฟฟ้า ทุก Data Center ต้องมีระบบส่งจ่ายพลังงาน ทุกการขยาย Grid ต้องใช้สายไฟ หม้อแปลง และอุปกรณ์ไฟฟ้า และทองแดงคือหนึ่งในวัสดุหลักที่ทำให้ระบบทั้งหมดนี้ทำงานได้ ไม่มี Copper ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพก็ขยายได้ยาก และถ้า Energy Infrastructure ขยายไม่ทัน การขยายตัวของ AI ก็อาจติดคอขวดที่ Infrastructure ก่อนที่จะติดคอขวดที่ Semiconductor เสียอีก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมมองว่า Copper เป็นหนึ่งในตลาดที่ต้องจับตาอย่างจริงจังในรอบนี้ ไม่ใช่เพราะราคากำลังขึ้น แต่เพราะราคากำลังขึ้นพร้อมกับโครงสร้างตลาดที่เริ่มสะท้อนความตึงตัวของ Physical Supply และถ้า Backwardation ยังคงรุนแรงขึ้น ขณะที่ Demand จาก AI, Data Center, Electrification และ Energy Infrastructure ยังเดินหน้าต่อ สิ่งที่ต้องจับตาคือ Supply จะสามารถวิ่งตาม Demand ได้ทันหรือไม่ เพราะถ้าวิ่งไม่ทัน Copper อาจไม่ได้อยู่ใน Commodity Cycle ธรรมดาอีกต่อไป แต่อาจกำลังเข้าสู่ Copper Supercycle โดยมี AI เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อน Demand ที่สำคัญที่สุดของรอบนี้ ในยุคที่ตลาดกำลังพูดถึง GPU, Semiconductor และ AI กันเต็มไปหมด
บางทีสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่บนชิป แต่อาจเป็นโลหะที่อยู่ในสายไฟ ซึ่งทำให้ชิปเหล่านั้นสามารถทำงานได้ตั้งแต่แรก Copper กำลังกลายเป็นหนึ่งใน Strategic Metals ของยุค AI อย่างชัดเจน




