
Roronoa zoro
12 September 2026
ภาระดอกเบี้ยกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลทั่วโลก หนี้ไม่ได้เพียงเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนในการแบกหนี้กำลังทำสถิติสูงสุดใหม่
สิ่งที่ตลาดตราสารหนี้กำลังเผชิญอาจไม่ใช่เพียงเรื่อง Government Debt ที่อยู่ในระดับสูงอีกต่อไป เพราะอีกด้านหนึ่งของสมการอย่าง Interest Expense กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ในปี 2025 ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยรวมของประเทศสมาชิก OECD เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 180,000 ล้านดอลลาร์จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.24 ล้านล้านดอลลาร์ และนี่ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นเพียงปีเดียว ภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยเมื่อรวมตลอดช่วงดังกล่าว ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 960,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางของแรงกดดันนี้อย่างชัดเจน เพียงประเทศเดียวมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยประมาณ 1.45 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเกือบ 65% ของยอดรวมทั้งหมด ขณะที่สหภาพยุโรปมีภาระประมาณ 400,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 18% เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยรวมอยู่ที่ประมาณ 3.2% ของ Global GDP ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอันดับ 2 ในรอบอย่างน้อย 20 ปี ปัญหาคือในช่วงที่ต้นทุนดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง รัฐบาลทั่วโลกยังจำเป็นต้องระดมเงินเพิ่มเติมเข้าสู่ระบบอีกจำนวนมหาศาล ประเทศสมาชิก OECD ถูกประเมินว่าจะกู้เงินรวมอีกประมาณ 18 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 ซึ่งหากเป็นไปตามประมาณการ จะเป็นยอดการกู้ยืมรายปีสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นี่ทำให้โจทย์ของตลาดพันธบัตรเริ่มซับซ้อนขึ้น รัฐบาลต้องออกพันธบัตรเพิ่มเพื่อรองรับทั้ง Fiscal Deficit หนี้เดิมที่ครบกำหนดและต้อง Refinancing รวมถึงภาระรายจ่ายใหม่ ขณะที่ Yield ที่อยู่ในระดับสูงทำให้หนี้ชุดใหม่มีต้นทุนแพงกว่าหนี้เดิมจำนวนมาก ยิ่งรัฐบาลต้องกู้มาก ตลาดก็ยิ่งต้องการ Demand สำหรับพันธบัตรมากขึ้น และหาก Demand ไม่สามารถเติบโตทัน Supply นักลงทุนย่อมเรียกร้อง Yield และ Term Premium ที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงในการถือ Duration ผลที่ตามมาคือรัฐบาลอาจเข้าสู่วงจรที่จัดการได้ยากขึ้น Debt สูงทำให้ต้องออกพันธบัตรมากขึ้น Bond Supply ที่เพิ่มขึ้นสร้างแรงกดดันต่อ Yield และเมื่อ Yield สูงขึ้น ต้นทุน Refinancing ก็เพิ่มขึ้นตาม ก่อนจะย้อนกลับไปทำให้ Interest Expense ในงบประมาณสูงขึ้นอีก ดั
งนั้นปัญหาหนี้โลกในรอบนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข Debt เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองพร้อมกันทั้ง Debt Supply, Refinancing Cost และ Interest Expense โดยเฉพาะเมื่อ OECD กำลังเข้าสู่ปี 2026 ด้วยความต้องการกู้เงินประมาณ 18 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่งทำสถิติสูงสุดที่ 2.24 ล้านล้านดอลลาร์ หาก Bond Yield ไม่สามารถลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ภาระดอกเบี้ยจะกินพื้นที่ของ Fiscal Budget มากขึ้น และทำให้รัฐบาลมีทางเลือกด้านนโยบายน้อยลง เพราะเงินจำนวนมากขึ้นต้องถูกนำไปใช้เพื่อจ่ายดอกเบี้ยแทนที่จะนำไปลงทุนหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทิศทางของ Global Bond Yield มีความสำคัญมากกว่าตลาดพันธบัตรเพียงอย่างเดียว เพราะ Sovereign Yield คือหนึ่งในฐานของ Cost of Capital ทั้งระบบ และเมื่อรัฐบาลเองกำลังเผชิญต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นพร้อมกับการออกหนี้ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แรงกดดันย่อมสามารถส่งต่อไปยัง Corporate Bonds สินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นได้พร้อมกัน




