Bitcoin ยังไม่ยืนยัน Bottom มุมมอง Elliott Wave ถูกปรับกลับมาเป็น 50 ต่อ 50 ก่อน CPI และ FOMC ชี้ทิศทางรอบต่อไป
Roronoa zoro 05 September 2026

Bitcoin ยังไม่ยืนยัน Bottom มุมมอง Elliott Wave ถูกปรับกลับมาเป็น 50 ต่อ 50 ก่อน CPI และ FOMC ชี้ทิศทางรอบต่อไป โครงสร้างของ Bitcoin ในตอนนี้เริ่มกลับมาอยู่ในจุดที่ต้องเปิดรับความเป็นไปได้ทั้งสองฝั่งมากขึ้น หลังจากการเคลื่อนไหวล่าสุดยังไม่สามารถให้ Confirmation ที่ชัดเจนมากพอว่า Bottom ของรอบนี้เกิดขึ้นไปแล้วจริง มุมมอง Elliott Wave จึงถูกปรับกลับมาเป็น Scenario แบบ 50 ต่อ 50 ไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างขาขึ้นถูกยกเลิก แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการปรับฐานทั้งหมดจบลงแล้ว เพราะยังมีความเป็นไปได้ประมาณ 50% ที่ตลาดอาจต้องกลับไปสร้าง Low อีกครั้ง จุดสำคัญอยู่ที่การนับคลื่น C/1 Primary Thesis ในตอนนี้ยังมองว่า Bitcoin มี Motive Wave ที่ต้องเดินให้ครบก่อน หากโครงสร้างนี้ยังทำงานตาม Elliott Wave ราคาควรมีการเคลื่อนไหวต่อเพื่อ Complete คลื่นที่เหลือ ก่อนจะเข้าสู่ Correction ที่มีขนาดใหญ่กว่าในลำดับถัดไป ดังนั้นสิ่งที่ต้องแยกออกจากกันคือ การที่ Bitcoin ยังสามารถขึ้นต่อได้ในระยะสั้น ไม่ได้แปลว่า Downside Risk ของภาพใหญ่หายไปแล้ว ตลาดอาจยังเดินหน้า Complete Motive Structure ก่อน แล้วค่อยเข้าสู่การปรับฐานรอบใหญ่ภายหลังได้ แต่ครั้งนี้ Technical Structure อาจไม่ได้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว เพราะ Macro Catalyst สำคัญกำลังเข้ามาชนกับจังหวะของ Elliott Wave พอดี วันที่ 11 กันยายนจึงเป็นวันที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ตลาดจะได้รับรายงาน CPI เดือนสิงหาคม ซึ่งอาจกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่เปลี่ยนการ Price-in ของ Fed ก่อนการประชุม FOMC วันที่ 15 ถึง 16 กันยายน หาก CPI แสดงให้เห็นว่า Inflation Pressure กำลังลดลงอย่างชัดเจน ตลาดอาจลดน้ำหนัก Scenario การขึ้นดอกเบี้ย และ Financial Conditions อาจผ่อนคลายลง ซึ่งจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ Bitcoin และ Risk Assets มากกว่า แต่หาก CPI ยังร้อนกว่าที่ตลาดต้องการ ปัญหาจะเปลี่ยนทันที ตลาดอาจกลับไปเพิ่ม Fed Hike Probability พร้อมกับแรงขายใน Bond Market ที่ทำให้ Yield โดยเฉพาะบริเวณ Front End ปรับตัวสูงขึ้น และนี่คือความเสี่ยงสำคัญของ Bitcoin Bitcoin ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันยังตอบสนองต่อ Liquidity และ Monetary Policy ค่อนข้างมาก

การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จึงสามารถสร้างแรงกดดันต่อ BTC ได้โดยตรง โดยเฉพาะหากการขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้มาเพียงอย่างเดียว แต่ตามมาด้วย Hawkish Guidance ที่ส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับสูงต่อไป ถ้าเกิด Combination แบบ Fed Hike พร้อม Hawkish Guidance และ Bond Yield ขึ้นพร้อมกัน ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ Bitcoin Equities และ Risk Assets ทั้งระบบสามารถถูกกดดันผ่าน Higher Discount Rate และ Financial Conditions ที่ตึงตัวขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่การนับ Elliott Wave รอบนี้ไม่ควรถูกมองแยกออกจาก Macro ในทาง Technical ตลาดยังมีพื้นที่สำหรับการ Complete Motive Wave ของ C/1 แต่ในทาง Macro เรากำลังเข้าใกล้ CPI และ FOMC ซึ่งสามารถเปลี่ยน Liquidity Expectation ของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ก่อนวันที่ 11 กันยายน การยืนยันว่า Bitcoin ทำ Bottom ไปแล้วจึงยังมีความเสี่ยงมากเกินไป เช่นเดียวกับการรีบสรุปว่าตลาดต้องลงไปทำ New Low น้ำหนักจึงยังอยู่ที่ 50 ต่อ 50 จนกว่าราคาจะให้ Confirmation ผ่านโครงสร้างของ Wave และข้อมูล CPI จะช่วยให้ตลาดเห็นทิศทางของ Fed ชัดเจนขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Partner Brokers