
Roronoa zoro
28 August 2026
ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังถอนสภาพคล่องยุคโควิดออกจากระบบเกือบหมดแล้ว หนึ่งในภาพใหญ่ของระบบการเงินโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือขนาดงบดุลของธนาคารกลางรายใหญ่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากเคยขยายตัวอย่างรุนแรงในช่วงการระบาดของโควิด Fed ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมคิดเป็นประมาณ 21% ของ GDP สหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 เทียบกับช่วงปี 2021 ที่งบดุลเคยขยายขึ้นไปสูงถึงประมาณ 37% ของ GDP ฝั่งยุโรปก็เกิดภาพเดียวกัน สินทรัพย์ของ ECB เมื่อเทียบกับ GDP ของยูโรโซนลดลงต่ำกว่า 40% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2020 หลังจากเคยขึ้นไปแตะประมาณ 65% ในปี 2022 BOJ ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารกลางที่มีงบดุลขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมลดลงมาเหลือประมาณ 103% ของ GDP ญี่ปุ่น ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 จากจุดสูงสุดประมาณ 130% ในปี 2021 ขณะที่ BOE ลดขนาดสินทรัพย์ลงมาเหลือประมาณ 21% ของ GDP อังกฤษ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 เทียบกับจุดสูงสุดประมาณ 40% ในปี 2021 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพเดียวกันค่อนข้างชัด
สภาพคล่องจำนวนมหาศาลที่ธนาคารกลางเคยอัดเข้าสู่ระบบการเงินในช่วง Pandemic ผ่านการขยาย Balance Sheet และมาตรการซื้อสินทรัพย์ กำลังถูกถอนกลับออกจากระบบไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว ช่วงโควิดธนาคารกลางจำเป็นต้องขยายงบดุลอย่างรวดเร็วเพื่อพยุงระบบการเงิน ลดต้นทุนทางการเงิน และอัด Liquidity เข้าสู่ตลาด แต่หลายปีหลังจากนั้นทิศทางกลับเปลี่ยนเป็นการลดขนาด Balance Sheet ผ่านกระบวนการ Quantitative Tightening และการปล่อยให้สินทรัพย์ในงบดุลทยอยครบกำหนด
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขงบดุลของ Fed ECB BOJ หรือ BOE ลดลงเท่าไร แต่คือระบบการเงินโลกกำลังทำงานภายใต้ Liquidity Regime ที่แตกต่างจากช่วงปี 2020 ถึง 2022 อย่างมาก ตลาดในวันนี้ไม่ได้มีแรงหนุนจากการขยายงบดุลของธนาคารกลางในระดับเดียวกับช่วง Pandemic อีกแล้ว และเมื่อ Fed เหลือสินทรัพย์เพียงประมาณ 21% ของ GDP สหรัฐฯ ECB ต่ำกว่า 40% BOJ เหลือประมาณ 103% และ BOE เหลือประมาณ 21% ภาพของ Pandemic Era Monetary Stimulus ที่เคยขยายตัวพร้อมกันทั่วโลกก็แทบถูกถอนออกไปทั้งหมดแล้ว




