US 30Y Yield ยืนเหนือ 5 เปอร์เซ็นต์ยาวนานที่สุดในรอบ 20 ปี ตลาดกำลังบอกว่า Higher for Longer อาจไม่ได้จบง่าย ๆ
Roronoa zoro 03 September 2026

US 30Y Yield ยืนเหนือ 5 เปอร์เซ็นต์ยาวนานที่สุดในรอบ 20 ปี ตลาดกำลังบอกว่า Higher for Longer อาจไม่ได้จบง่าย ๆ ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณที่น่าจับตาอีกครั้ง

หลัง US 30Y Treasury Yield ไม่เพียงกลับขึ้นมาเหนือระดับ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถยืนอยู่ในระดับดังกล่าวได้นานผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลอดปี 2026 ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ซื้อขายเหนือระดับ 5 เปอร์เซ็นต์ไปแล้วถึง 56 วันทำการ ถือเป็นจำนวนวันที่มากที่สุดสำหรับปีใดปีหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2006 และที่สำคัญกว่านั้นคือ Yield อายุ 30 ปีสามารถยืนเหนือ 5 เปอร์เซ็นต์ติดต่อกันมาแล้วถึง 41 วันทำการ เมื่อย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับอดีต จะเห็นว่าระดับ 5 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่พื้นที่ที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ คุ้นเคยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปี 2023 มีเพียง 7 วันทำการที่ US 30Y Yield อยู่เหนือ 5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ปี 2007 มีทั้งหมด 50 วันทำการ แต่ปี 2026 เพิ่งเดินทางมาถึงช่วงต้นเดือนกันยายน จำนวนวันกลับขึ้นมาถึง 56 วันแล้ว ปัจจุบัน US 30Y Treasury Yield อยู่บริเวณ 5.28 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นประมาณ 47 Basis Points นับตั้งแต่ต้นปี และขึ้นมาอยู่บริเวณสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียง Yield ขึ้นไปแตะ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่คือมันกำลังสามารถอยู่เหนือ 5 เปอร์เซ็นต์ได้นานขึ้น ตรงนี้มีความหมายต่อระบบการเงินมากกว่าการ Spike ขึ้นเพียงชั่วคราว เพราะยิ่ง Long-end Yield อยู่สูงเป็นเวลานานเท่าไร ต้นทุนทางการเงินระดับนี้ก็ยิ่งมีเวลาส่งผ่านเข้าไปยัง Mortgage Rate, Corporate Bond Yield, Refinancing Cost และ Discount Rate ที่ตลาดใช้ประเมินมูลค่าสินทรัพย์มากขึ้นเท่านั้น ค่าเฉลี่ยของ US 30Y Yield ในปี 2026 ขยับขึ้นมาอยู่ประมาณ 4.96 เปอร์เซ็นต์แล้ว

หากระดับดังกล่าวสามารถรักษาไว้จนถึงสิ้นปี จะกลายเป็นค่าเฉลี่ยรายปีสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004 และหาก Yield สิ้นปียังคงอยู่ใกล้บริเวณปัจจุบัน ปี 2026 ก็มีโอกาสกลายเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น ภาพนี้แตกต่างจากโลกหลัง COVID-19 อย่างชัดเจน ย้อนกลับไปในปี 2020 US 30Y Treasury Yield เคยอยู่บริเวณเพียง 1.50 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันขึ้นมาเหนือ 5 เปอร์เซ็นต์แล้ว เท่ากับระดับ Yield เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าในเวลาเพียงไม่กี่ปี การเปลี่ยนแปลงระดับนี้กำลังทำให้ Cost of Capital ของทั้งระบบถูก Reset สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องนี้ยิ่งมีความสำคัญ เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่หนี้รัฐบาลกลางเพิ่งทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อ Debt Stock ใหญ่ขึ้นพร้อมกับ Long-term Yield ที่สูงขึ้น หนี้เดิมที่ครบกำหนดและต้อง Refinancing จะค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยหนี้ใหม่ที่มี Coupon และ Funding Cost สูงกว่าเดิม ดังนั้นปัญหาของสหรัฐฯ จากตรงนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ว่าหนี้จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร แต่คือรัฐบาลต้องจ่ายต้นทุนเท่าไรเพื่อรักษาหนี้จำนวนมหาศาลนั้นไว้ อีกด้านหนึ่ง การที่ 30Y Yield ยืนสูงยังสะท้อนว่าตลาดไม่ได้ Price เพียงทิศทาง Fed ในการประชุมครั้งถัดไป เพราะ Fed สามารถควบคุม Short-term Policy Rate ได้โดยตรง แต่ Long-end Yield ยังถูกขับเคลื่อนด้วย Inflation Expectations, Treasury Supply, Fiscal Deficit, Term Premium และความต้องการผลตอบแทนของนักลงทุนสำหรับการถือ Duration ระยะยาว นี่ทำให้สถานการณ์ที่ต้องจับตามากที่สุดคือ หาก Fed สามารถสร้างความน่าเชื่อถือด้าน Inflation ได้ แต่ 30Y Yield ยังไม่ยอมลดลง เพราะนั่นอาจหมายความว่าแรงกดดันในตลาด Bond กำลังเปลี่ยนจาก Monetary Policy Risk ไปสู่ Fiscal Risk และ Supply Risk มากขึ้น สำหรับตลาดหุ้น Yield อายุ 30 ปีที่ยืนเหนือ 5 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลานาน หมายถึง Discount Rate ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหุ้น Growth และสินทรัพย์ที่มี Duration สูง สำหรับภาคธุรกิจ หมายถึง Refinancing Cost ที่สูงขึ้นเมื่อหนี้เก่าครบกำหนด สำหรับอสังหาริมทรัพย์ หมายถึง Mortgage Rate มีโอกาสถูกกดให้อยู่สูงนานขึ้น สำหรับ Gold และ Bitcoin ภาพจะซับซ้อนกว่า เพราะ Yield สูงเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยและสินทรัพย์ Liquidity-sensitive แต่หากสาเหตุของ Long-end Yield ที่สูงขึ้นเริ่มมาจาก Fiscal Risk และความกังวลต่อมูลค่าของเงิน Dollar มากขึ้น Narrative ของ Hard Asset ก็สามารถกลับมาได้รับแรงสนับสนุนได้เช่นกัน

ดังนั้นจากตรงนี้ต้องจับตาไม่ใช่เพียงว่า US 30Y Yield จะทำ High ใหม่หรือไม่ แต่ต้องดูว่าตลาดจะสามารถกด Yield กลับลงต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ได้หรือเปล่า เพราะถ้า 5 เปอร์เซ็นต์กำลังเปลี่ยนจากระดับ Extreme กลายเป็น New Normal ของตลาดพันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ นั่นหมายความว่าทั้งรัฐบาล บริษัท และนักลงทุนกำลังเข้าสู่โลกที่ต้นทุนเงินทุนสูงกว่าช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Partner Brokers