อิหร่านเริ่มส่งสัญญาณอยากออกจากภาวะค้างคา Pezeshkian หนุนข้อตกลงกับสหรัฐฯ แต่ปม Hormuz ยังเป็นกำแพงใหญ่
Roronoa zoro 23 August 2026

อิหร่านเริ่มส่งสัญญาณอยากออกจากภาวะค้างคา Pezeshkian หนุนข้อตกลงกับสหรัฐฯ แต่ปม Hormuz ยังเป็นกำแพงใหญ่ ประธานาธิบดีอิหร่าน Masoud Pezeshkian ออกมาปกป้อง Memorandum of Understanding หรือ MOU ที่อิหร่านและสหรัฐฯ ทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายน โดยมองว่าข้อตกลงดังกล่าวยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการพาประเทศออกจากสถานการณ์ที่เขาเรียกว่า ภาวะที่ไม่ใช่สงคราม แต่ก็ไม่ใช่สันติภาพ คำพูดนี้มีน้ำหนักพอสมควร เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่าง Washington และ Tehran กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง และสหรัฐฯ กำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชุดใหม่ Pezeshkian ระบุว่า สมาชิก Supreme National Security Council ของอิหร่านมองว่า MOU ดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่ดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ภายใต้หลักศักดิ์ศรี ความรอบคอบ และผลประโยชน์แห่งชาติ พร้อมยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขใดในข้อตกลงที่เท่ากับการยอมจำนนต่อสหรัฐฯ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน สหรัฐฯ และอิหร่านได้ทำ MOU ซึ่งกำหนดกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาไปสู่ข้อตกลงที่กว้างขึ้น ทั้งการยุติสงคราม ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ แต่กรอบเวลา 60 วันดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว และทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ปัญหาใหญ่ที่สุดยังอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ Reuters รายงานว่า MOU ดังกล่าวเริ่มแตกออกจากกันอย่างรวดเร็วหลังเกิดความขัดแย้งเรื่องการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

โดย Donald Trump ประกาศเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมว่าข้อตกลงดังกล่าวจบลงแล้ว ก่อนที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านจะประกาศระงับข้อตกลงในเวลาต่อมา จนถึงขณะนี้ Tehran ยังยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับมาเปิดตามปกติ จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อิหร่านตีความว่าอยู่ในข้อตกลงเดิม เงื่อนไขเหล่านั้นรวมถึงการยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน ปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด และยุติภัยคุกคามรวมถึงปฏิบัติการทางทหาร ตรงนี้ทำให้ท่าทีล่าสุดของ Pezeshkian น่าสนใจมาก เพราะในขณะที่ฝ่ายการเมืองของอิหร่านกำลังบอกว่าประเทศจำเป็นต้องหาทางออกจากภาวะค้างคา และยังมองกรอบข้อตกลงเดิมว่าเป็นเส้นทางที่สามารถใช้ได้ ฝั่งความมั่นคงของอิหร่านกลับกำลังใช้ภาษาที่แข็งกร้าวมากขึ้น Mohsen Rezaei เลขาธิการ Supreme National Security Council เตือนประเทศเพื่อนบ้านว่า หากเข้าร่วมสงครามเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน Tehran จะถือว่าประเทศเหล่านั้นเป็นศัตรู ภาพที่ออกมาจึงเหมือนอิหร่านกำลังเดินสองเกมพร้อมกัน ฝ่ายหนึ่งพยายามรักษาประตูการเจรจาเอาไว้ อีกฝ่ายยังคงใช้ Hormuz และความสามารถทางทหารเป็นอำนาจต่อรอง

สำหรับตลาด จุดที่ต้องให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า Pezeshkian ต้องการเจรจาหรือไม่ แต่คือ Washington จะยอมกลับเข้าสู่กรอบการเจรจาหรือเปล่า เพราะล่าสุด Trump ยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่หรือถูกกำหนดไว้ และก่อนหน้านี้ยังปฏิเสธการขยายกรอบ MOU เดิมออกไป ขณะเดียวกัน Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กำลังเตรียมเปิดรายละเอียดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชุดใหม่ ซึ่งเขาระบุว่าจะเป็นมาตรการที่รุนแรงมาก และสหรัฐฯ ยังต้องการความร่วมมือจากจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันส่งออกของอิหร่านรายสำคัญ นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ Diplomatic Signal และ Economic Pressure กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถกลับเข้าสู่การเจรจา และเริ่มหาทางออกเรื่อง Hormuz ได้จริง Risk Premium ที่สะสมอยู่ในราคาน้ำมันมีโอกาสลดลงอย่างรวดเร็ว และ Safe Haven Premium ของทองคำอาจถูกลดลงบางส่วน แต่หาก Washington เดินหน้าคว่ำบาตรหนักขึ้น ขณะที่ Tehran ยังคงปฏิเสธเปิด Hormuz ความเสี่ยงด้าน Supply ของน้ำมันจะยังอยู่ และสามารถส่งผ่านไปยัง Inflation Expectations, Bond Yield, Dollar และ Gold ต่อได้

ดังนั้นข่าวจาก Pezeshkian รอบนี้ยังไม่ใช่ Peace Deal และไม่ได้หมายความว่าอิหร่านกับสหรัฐฯ กลับมาเจรจากันแล้ว แต่มันเป็นสัญญาณสำคัญว่า อย่างน้อยฝ่ายบริหารของอิหร่านเริ่มมองว่าการปล่อยประเทศให้อยู่ในภาวะไม่ใช่สงคราม แต่ก็ไม่ใช่สันติภาพต่อไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Partner Brokers