
Roronoa zoro
21 August 2026
อบนี้ Bitcoin วิ่งมาแรงจริง
ตั้งแต่วันพุธที่ราคา Breakout ออกมา จากบริเวณ $64K ขึ้นไปถึง $75K ภายในเวลาแค่วันครึ่ง นี่ไม่ใช่การค่อย ๆ ไต่ขึ้นธรรมดา แต่มันคือภาพของตลาดที่คนเปิด Position ผิดฝั่งกันหนักมาก และสุดท้ายต้องรีบปิดสถานะด้วยการไล่ซื้อกลับเข้าตลาด เชื้อเพลิงหลักของรอบนี้คือ Short Liquidation วันพุธมี Short ถูกล้างไปถึง $2.7B วันพฤหัสฯ อีก $671M และวันนี้จนถึงตอนนี้โดนไปอีกประมาณ $391M ทุกครั้งที่มีคนพยายาม Short สวนการขึ้น กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงให้ราคาวิ่งต่อ
นี่แหละคือหน้าตาของ Short Squeeze เพราะเวลาคนที่ถือ Short ถูกบังคับให้ปิดสถานะ การปิด Short ก็คือการ “ซื้อ” กลับเข้าตลาด ดังนั้นเมื่อ Leverage Short ถูก Liquidate ระบบจะต้องซื้อ Bitcoin แทนพวกเขา
ราคายิ่งขึ้น → Stop ของ Short ชุดถัดไปโดน → ต้องซื้อเพิ่ม → ราคายิ่งขึ้น → Short ชุดใหม่โดนอีก มันเลยกลายเป็นวงจรที่ผลักราคาขึ้นด้วยตัวมันเอง จนกว่าแรงซื้อจากการ Liquidation จะหมด
แต่ตอนนี้ภาพ Structure เปลี่ยนไปแล้ว Bitcoin สามารถ Breakout ออกจาก Ascending Channel ที่กดราคาเอาไว้มาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมได้อย่างชัดเจน และนี่คือเหตุผลที่ตอนนี้ผมเริ่มให้น้ำหนักกับ Scenario ที่ว่า การขึ้นรอบนี้อาจเป็น 5-Wave Impulsive Advance มากกว่าแค่ 3-Wave Corrective Bounce สองโครงสร้างนี้มีความหมายต่างกันมาก ถ้าเป็น Corrective Bounce มันก็แค่การเด้งพักตัวภายในขาลงใหญ่ แต่ถ้าเป็น Impulse นั่นหมายความว่า Trend กำลังเกิดขึ้นจริง และยังมีโอกาสเหลือ Upside อีกมาก ก่อนที่โครงสร้างจะจบ แต่ตลาดไม่มีทางขึ้นเป็นเส้นตรง ตลาดมีทั้ง Zig และ Zag Impulse ที่สมบูรณ์ประกอบด้วย 5 Waves และใน 5 คลื่นนั้น จะมี 2 คลื่นที่วิ่งสวน Trend หลังจาก Wave 3 ที่ยืดตัวขึ้นมาขนาดนี้ สิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นตามธรรมชาติก็คือ Wave 4 Retracement ตลาดต้องมีจังหวะพัก หายใจ Reset Momentum และเปิดทางให้ Buyers ชุดใหม่เข้ามารับช่วงต่อ พูดง่าย ๆ คือ Breakout อาจจริง แต่ไม่ได้แปลว่าต้องขึ้นต่อทันที แล้ว Wave 4 มีโอกาสลงมาถึงตรงไหน?
โซนที่ผมจับตาคือ 0.236 Retracement → $72,553 ไปจนถึง 0.382 Retracement → $70,586 และที่น่าสนใจคือโซนนี้พอดีกับบริเวณ ด้านบนของ Channel เดิมที่เพิ่ง Breakout ขึ้นมา นี่เป็นพฤติกรรมที่ค่อนข้าง Classic Resistance ที่ถูก Break มักกลับมาเป็น Support ตอน Retest ดังนั้นถ้า Wave 4 ย่อลงมาทดสอบบริเวณหลังคาของ Channel เดิม ถือเป็นหนึ่งใน Setup ที่ค่อนข้างสวยตามหลัก Elliott Wave อีกอย่างที่ต้องระวังคือ RSI 4H ตอนนี้อยู่ที่ 92.25 เรียกได้ว่า Momentum ระยะสั้นร้อนแรงมาก RSI ที่ Extreme ในช่วง Strong Impulse ไม่ได้แปลว่า “ต้อง Short” ทันที แต่สิ่งที่มันกำลังบอกเราคือ ตรงนี้ไม่ใช่จุดที่ควรไล่ราคา Liquidation Map ก็ให้ภาพที่สอดคล้องกัน จาก Bitcoin Exchange Liquidation Map จะเห็นว่ามี Long Leverage จำนวนมากกระจุกตัวอยู่บริเวณประมาณ $70,000–$71,400 นี่คือกลุ่มคนที่เข้าซื้อ Breakout ช่วงท้าย ๆ และใช้ Position Size ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นจุดที่เปราะบาง หากราคาย่อลงมาถึง $70K จะมี Long Position ประมาณ $2.2B ที่เริ่มเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง Liquidity แบบนี้มักทำหน้าที่เหมือน แม่เหล็กดึงราคา
ตลาดเพิ่งแสดงให้เห็นไปแล้วว่ามันสามารถไล่เก็บ Leverage ฝั่ง Short ได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน และถ้าตลาดหันลง มันก็พร้อมทำแบบเดียวกันกับฝั่ง Long เช่นกัน แล้วอะไรที่จะทำให้ผมเปลี่ยนมุมมอง? ถ้าเป็น Wave 4 จริง การย่อควรเป็นการย่อที่ค่อนข้างตื้นและเป็นระเบียบ ราคาควรอยู่เหนือบริเวณ Wave 1 ได้ดี และควร Respect โซน 0.382 แต่ถ้าราคาไหลทะลุ 0.5 → $68,996 และ 0.618 → $67,406 แล้วกลับลงไปในโซน Support/Resistance สำคัญด้านล่างอีกครั้ง ตรงนั้นต้องเริ่มตั้งคำถามกับมุมมองแบบ Impulsive Structure เพราะภาพทั้งหมดอาจไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของ Trend ใหญ่ แต่กลายเป็นเพียง Sharp Corrective Spike ที่เด้งแรงแล้วจบ
ดังนั้น ระดับที่ต้องจับตาจริง ๆ ไม่ใช่ Noise ระหว่างทาง แต่คือบริเวณเหล่านี้ Takeaway Breakout รอบนี้ถือว่าเกิดขึ้นจริง และ Structure ตอนนี้เริ่มให้น้ำหนักกับ Upside มากขึ้น แต่โอกาสไม่ได้อยู่ที่การไล่ซื้อ Bitcoin ตอน RSI 92 โอกาสอยู่ที่การ รอ รอให้ Wave 4 ทำหน้าที่ของมัน รอราคาย่อลงมาบริเวณ $70K–$72K และรอดูว่าตลาดจะ Flush Long ที่เข้าช้าออกมา เหมือนที่เพิ่ง Flush Short ไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ถ้าโครงสร้างยังไม่เสีย และโซนดังกล่าวรับอยู่ นั่นต่างหากคือจังหวะที่น่าสนใจกว่าการไล่ราคาบนยอด หมายเหตุสำคัญ อย่าลืมว่า Elliott Wave เป็น Probabilistic Model ไม่ใช่เครื่องมือทำนายอนาคต มันช่วยบอกเส้นทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดจากพฤติกรรมของราคา แต่ตลาดสามารถเลือกเดินไปอีกทางได้เสมอ หน้าที่ของเราไม่ใช่การยึดติดกับ Count เดิม แต่คือ อ่าน Structure → วาง Scenario → แล้วปรับตามสิ่งที่ตลาดกำลังทำจริง




