ภาระดอกเบี้ยสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่ ทั้งที่ Yield ต่ำกว่ายุค 1991
Roronoa zoro 31 August 2026

ภาระดอกเบี้ยสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่ ทั้งที่ Yield ยังต่ำกว่ายุค 1991 มาก ปัญหาหนี้ของสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่อีกระดับ เพราะวันนี้สิ่งที่น่าจับตาไม่ได้มีเพียงว่ารัฐบาลมีหนี้มากแค่ไหน แต่คือค่าใช้จ่ายในการแบกหนี้ก้อนนั้นกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ของรัฐบาล ล่าสุด ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยต่อปีของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะระดับ 18.5% ของรายได้รัฐบาลกลาง ทำลายสถิติเดิมที่ 18.4% ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1991

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี ตามการพุ่งขึ้นของดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายสำหรับหนี้สาธารณะ ปัจจุบันภาระดอกเบี้ยต่อปีของรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าระดับในปี 1991 มากกว่า 4 เท่า แต่ตัวเลขที่ทำให้ภาพนี้น่าสนใจมากขึ้นอยู่ในตลาดพันธบัตร 30Y Treasury Yield ปัจจุบันอยู่บริเวณ 5.21% และห่างจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เพียงประมาณ 13 Basis Points ย้อนกลับไปในปี 1991 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่สัดส่วนภาระดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐบาลขึ้นมาใกล้ระดับปัจจุบัน 30Y Treasury Yield เคยอยู่แถวประมาณ 8% นั่นหมายความว่า วันนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องเจอกับ Yield ระดับ 8% เหมือนในอดีต ภาระดอกเบี้ยเมื่อเทียบกับรายได้ก็สามารถทำสถิติใหม่ได้แล้ว ต้นเหตุสำคัญจึงไม่ใช่แค่เรื่องดอกเบี้ยสูง แต่คือขนาดของ Debt Stock ที่ใหญ่ขึ้นมาก เมื่อฐานหนี้มีขนาดใหญ่ขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของ Yield เพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างผลกระทบต่อ Interest Expense ได้มากกว่าในอดีต โดยเฉพาะเมื่อพันธบัตรต้นทุนต่ำที่ออกในยุคดอกเบี้ยต่ำทยอยครบกำหนด และ Treasury ต้อง Refinancing หนี้เหล่านั้นด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Long End ของ Treasury Market ถึงสำคัญมากในเวลานี้ หาก 30Y Yield ยังคงอยู่เหนือ 5% เป็นเวลานาน หรือขยับขึ้นต่อ ต้นทุนการ Refinancing ของรัฐบาลจะยิ่งสูงขึ้น และสามารถสร้างวงจรที่จัดการได้ยากขึ้น รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น Fiscal Deficit มีโอกาสขยายตัว Treasury ต้องออกพันธบัตรเพิ่มเพื่อหาเงินมาชดเชย Supply ของพันธบัตรเพิ่มขึ้น ตลาดเรียกร้อง Yield หรือ Term Premium สูงขึ้นเพื่อรับความเสี่ยง และเมื่อ Yield สูงขึ้น ภาระดอกเบี้ยในอนาคตก็ยิ่งเพิ่มตาม นี่คือจุดที่ปัญหา Fiscal เริ่มเชื่อมเข้ากับตลาดการเงินโดยตรง เพราะหากต้นทุนของ Long End สูงจนเริ่มสร้างแรงกดดันต่อระบบ

สิ่งที่ตลาดจะจับตาต่อไปคือ Treasury จะต้องเพิ่มมาตรการจัดการสภาพคล่องและความผันผวนของตลาดพันธบัตรมากแค่ไหน ไม่ว่าจะผ่าน Buyback การบริหารอายุหนี้ หรือเครื่องมือด้าน Liquidity อื่น ดังนั้นตัวเลข 18.5% ไม่ได้เป็นเพียงสถิติใหม่ของภาระดอกเบี้ยรัฐบาล แต่มันกำลังสะท้อนว่าโครงสร้างหนี้ของสหรัฐฯ มีความอ่อนไหวต่อ Yield มากกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ทิศทางของ 30Y Treasury Yield กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามควบคู่กับ Fiscal Deficit และนโยบายของ Treasury ในระยะต่อจากนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Partner Brokers