
Roronoa zoro
24 August 2026
ทองคำและ Silver กำลังอยู่ตรงจุดที่ตลาดต้องตอบคำถามสำคัญว่า การขึ้นจาก Low เดือนกรกฎาคมครั้งนี้เป็นเพียง ABC Correction 3 Waves หรือกำลังพัฒนาเป็น Impulse 5 Waves สัปดาห์ที่ผ่านมา Precious Metals กลับมาแข็งแกร่งอย่างชัดเจน Gold ปิดวันศุกร์บริเวณ 4,602 ดอลลาร์ บวก 1.86% ในวันเดียว และประมาณ 5% ตลอดสัปดาห์ ทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ขณะที่ Silver ปิดบริเวณ 68.95 ดอลลาร์ บวก 1.31% หลังขึ้นไปแตะ 70 ดอลลาร์ระหว่างวัน Catalyst สำคัญมาจากฝั่งตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวกับที่ช่วยหนุน Bitcoin หลัง Treasury ประกาศเพิ่มขนาดการทำ Buyback พันธบัตรระยะยาว จากเดิมสูงสุด 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อ Operation เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน หลังข่าวออก Bond Yield ปรับตัวลง Dollar อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และ Hard Assets ที่ Sensitive ต่อต้นทุนทางการเงินได้รับแรงซื้อพร้อมกัน สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีน้ำหนักมากขึ้นคือ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับที่หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ตลาดบางส่วนจึงไม่ได้มอง Treasury Buyback ว่าเป็นการแก้ปัญหา แต่กำลังตีความว่าเป็นอีกหนึ่ง Signal ของ Fiscal Stress
สำหรับทองคำ สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าสหรัฐฯ จะแก้ปัญหาหนี้ได้หรือไม่ แต่คือเมื่อใดก็ตามที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อ Fiscal Credibility ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงก็มีเหตุผลมากขึ้น นอกจากปัจจัยด้าน Macro แล้ว ด้านล่างของตลาดยังมี Structural Demand รองรับอยู่ ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 288.9 ตันในไตรมาส 2 ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส และเพิ่มขึ้น 62% YoY ที่สำคัญคือแรงซื้อเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำกำลังปรับตัวลงด้วย นั่นหมายความว่าการฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ได้มีเพียง Momentum จากข่าวระยะสั้น แต่มีแรงซื้อเชิงโครงสร้างรองรับอยู่ด้านล่าง แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่าข่าวทั้งหมด คือ Gold และ Silver กำลังส่ง Signal ที่แตกต่างกัน Gold แข็งแกร่งกว่า Silver อย่างชัดเจน
ในเชิง Technical Structure ทองคำทำสิ่งสำคัญสำเร็จไปแล้ว 3 อย่าง
อย่างแรก Gold กลับขึ้นเหนือเส้น 200 Day Moving Average บริเวณ 4,500 ดอลลาร์ได้ หลังจากใช้เวลาหลายเดือนอยู่ด้านล่าง เส้น 200 Day เป็นหนึ่งใน Benchmark สำคัญที่ Institutional Money ใช้แบ่งภาพระหว่าง Uptrend และ Downtrend แบบกว้างๆ การกลับขึ้นมายืนเหนือเส้นนี้จึงมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างตลาด
อย่างที่สอง Gold Retracement กลับมาแล้วประมาณ 70% ของขาลงทั้งหมดจาก High ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ตรงนี้สำคัญ เพราะความลึกของ Retracement บอกอะไรเราได้มาก ถ้าราคาเด้งกลับเพียง 38.2% หรือ 50% เรายังสามารถตีความได้ง่ายว่าเป็น Countertrend Rally แต่เมื่อราคาสามารถ Recover ผ่าน 61.8% และย้อนกลับมาได้ถึงประมาณ 70% หมายความว่าตลาดได้ลบขาลงเดิมกลับไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว ยังไม่ใช่ Confirmation ว่ากลับตัวเป็นขาขึ้นเต็มรูปแบบ แต่ Probability เริ่มเปลี่ยน
อย่างที่สาม โซน Mid Range บริเวณ 4,400 ดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็น Resistance สำคัญและกดการรีบาวด์หลายครั้งในเดือนมิถุนายน ถูก Breakout และ Flip กลับมาเป็น Support นี่คือ Change of Structure ที่ต้องจับตา
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของ Gold ตอนนี้คือ Short-term Momentum เริ่มร้อนแรงเกินไป ทั้ง Daily และ 3 Day อยู่ในภาวะ Overbought อย่างมาก RSI ในหลาย Timeframe ระยะสั้นอยู่บริเวณ 70 หรือสูงกว่า ขณะที่ราคาวิ่งขึ้นมามากกว่า 10% จาก Low ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม Weekly ยังมีพื้นที่ให้ขึ้นต่อ แต่ในระยะสั้นตลาดค่อนข้าง Stretch แล้ว ดังนั้นการเกิด Retracement ในสัปดาห์หน้าจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และในความเป็นจริงอาจเป็นสิ่งที่เราต้องการเห็นด้วยซ้ำ เพราะ Pullback รอบนี้จะเป็นตัวช่วยตอบคำถามว่าโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นเป็น 3 Waves หรือ 5 Waves Silver โครงสร้างคล้ายกัน แต่ Execution ยังอ่อนกว่า Gold Silver กำลังเดินในทิศทางเดียวกัน แต่ยังทำ Technical Confirmation แบบเดียวกับ Gold ไม่สำเร็จ
อย่างแรก ราคายังไม่สามารถผ่าน 200 Day Moving Average บริเวณประมาณ 71.25 ดอลลาร์ได้ หลังปิดตลาดที่ 68.95 ดอลลาร์
อย่างที่สอง Silver Retracement กลับมาเพียงประมาณ 40% ของขาลง เทียบกับ Gold ที่ย้อนกลับมาแล้วประมาณ 70% ช่องว่างตรงนี้ค่อนข้างใหญ่
อย่างที่สาม Silver ยังติดอยู่ใต้ Mid Range Resistance บริเวณต้น 70 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบเดียวกับระดับที่ Gold สามารถ Breakout และ Flip เป็น Support ไปเรียบร้อยแล้ว Silver ขึ้นไปทดสอบแล้วถูก Reject ขณะที่ Gold ผ่านและสามารถ Hold ได้
ตรงนี้เป็น Divergence ระหว่างโลหะสองตัวที่ไม่ควรมองข้าม โดยปกติหาก Precious Metals กำลังเข้าสู่ Bullish Cycle ที่แข็งแรงจริง Silver มักควรเป็นตัวนำ เพราะ Silver เป็น Higher Beta Metal และมักเคลื่อนไหวแรงกว่า Gold เมื่อเงินเริ่มไหลเข้าสู่กลุ่มโลหะมีค่าอย่างกว้างขวาง แต่ตอนนี้กลับเป็น Gold ที่นำตลาด Gold to Silver Ratio อยู่บริเวณประมาณ 67 และกำลังปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนว่า Gold กำลังทำ Heavy Lifting ของ Rally รอบนี้ นี่ไม่ใช่ Sell Signal แต่เป็น Caution Flag ภาพปัจจุบันจึงดูเหมือน Safe Haven Demand และ Fiscal Anxiety กำลังไหลเข้าสู่ Gold มากกว่าเป็น Broad-based Reflation Trade ที่เงินกำลังกระจายเข้าสู่ Precious Metals ทั้ง Complex หาก Silver สามารถ Reclaim บริเวณ 71 ถึง 73 ดอลลาร์ และปิดเหนือ 200 Day ได้ ภาพจะเปลี่ยนทันที เพราะนั่นจะเป็น Confirmation เพิ่มเติมว่า Rally กำลังขยายวงออกจาก Gold แต่จนกว่าจะเกิดขึ้น Gold ยังเป็นคนแบกตลาดนี้อยู่ คำถามสำคัญ 3 Waves หรือ 5 Waves โครงสร้างจาก Low เดือนกรกฎาคมสามารถตีความได้สอง Scenario และนี่คือหัวใจของทั้ง Gold และ Silver Scenario แรกคือ 3 Waves หรือ ABC Correction หากการขึ้นรอบนี้เป็นเพียง ABC หมายความว่าทั้งหมดเป็น Corrective Structure Corrective Structure ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของ Trend ใหม่ แต่เป็นเพียงการพักของ Trend เดิม ถ้า Scenario นี้ถูกต้อง Rally ปัจจุบันอาจใกล้สิ้นสุดแล้ว และ Downtrend เดิมจะกลับมาควบคุมตลาดอีกครั้ง สำหรับ Gold เส้นทางนี้สามารถเปิด Downside กลับไปบริเวณ 3,600 ถึง 3,900 ดอลลาร์ ส่วน Silver มีความเสี่ยงกลับลงไปบริเวณ High 40s ถึง Low 50s Scenario ที่สองคือ 5 Waves หากการขึ้นครั้งนี้กำลังพัฒนาเป็น 5 Waves หมายความว่าโครงสร้างมีลักษณะ Motive มากกว่า Corrective และตลาดอาจกำลังสร้าง Trend ใหม่ ในกรณีนี้เราน่าจะกำลังอยู่ในช่วงปลาย Wave iii หลังจากนั้นควรเกิด Wave iv Pullback ก่อนที่จะมี Wave v ขึ้นอีกครั้งเพื่อปิด Impulsive Leg ชุดนี้ แล้วเราจะแยกสอง Scenario นี้อย่างไร ไม่จำเป็นต้องเดา ให้ดูพฤติกรรมของราคาใน Pullback รอบถัดไป Motive Structure ที่แข็งแรงควรสร้าง Higher High และ Higher Low การย่อตัวควรค่อนข้างเป็นระเบียบ ไม่ทำลายโครงสร้างก่อนหน้า และแต่ละ Retracement ควรสามารถ Hold เหนือ Low ก่อนหน้าได้ พฤติกรรมของตลาดจะค่อยๆ เปลี่ยนจาก Sell the Rally ไปเป็น Buy the Dip หลายครั้งเราจะเห็น Change of Character จาก Price Action ก่อน Indicator จะ Confirm เสียอีก
ในทางกลับกัน หากเป็น Corrective Structure การขึ้นมักมีลักษณะ Overlap ค่อนข้างมาก Pullback ลึกและยุ่ง ราคาสร้าง Higher Low ไม่สำเร็จ และ Momentum ค่อยๆ หมดแรง เพราะฉะนั้นหากสัปดาห์หน้า Gold ย่อลง ไม่ได้หมายความว่า Bullish Structure พัง ตรงกันข้าม Pullback รอบนี้คือ Test สำคัญที่สุด ถ้า Gold ย่อลงมาบริเวณ Low 4,400s แล้วสามารถ Hold เหนือ Band ที่เพิ่ง Reclaim ได้ ก่อนกลับตัวขึ้นและสร้าง Higher Low นั่นจะเพิ่มน้ำหนักให้กับ 5 Wave Motive Structure อย่างมาก แต่หากราคากลับลงใต้ 200 Day และหลุด 4,400 ดอลลาร์อย่างชัดเจน ตลาดจะเริ่มบอกอีกแบบว่า Rally ที่เราเห็นอาจเป็นเพียง Corrective Move ดังนั้นอย่าดูเพียงว่าราคาขึ้นแรงแค่ไหน ให้ดูว่าราคายังแข็งแรงแค่ไหนตอนมันย่อลง ระดับสำคัญของ Gold แนวต้านแรกอยู่บริเวณ 4,780 ถึง 4,850 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคาเคยกลับตัวลงในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หากผ่านบริเวณนี้ได้ Structure ด้านบนจะเริ่มเปิดมากขึ้น ส่วนฝั่ง Downside โซน 4,400 ดอลลาร์คือระดับที่ Bullish Count ต้องรักษา ขณะเดียวกัน 200 Day บริเวณ 4,500 ดอลลาร์เป็นอีกระดับสำคัญ หากราคากลับลงไปเสียพื้นที่นี้และไม่สามารถ Reclaim ได้ เส้นดังกล่าวอาจกลับมาทำหน้าที่เป็น Resistance และภาระในการพิสูจน์ตัวเองจะกลับไปอยู่กับฝั่ง Bull ระดับสำคัญของ Silver สำหรับ Silver ตอนนี้บริเวณ 71 ดอลลาร์แทบจะเป็นทุกอย่าง เพราะเป็นทั้ง Mid Range Resistance และบริเวณเดียวกับ 200 Day Moving Average ดังนั้นการ Reclaim 71 ถึง 73 ดอลลาร์คือ Technical Confirmation สำคัญที่สุดที่ Silver ต้องทำ ส่วนด้านล่าง บริเวณ Mid 60s เป็น Wave iv Zone ตาม Bullish Count แต่หาก Bearish ABC Count เป็นฝ่ายถูก เป้าหมายด้านล่างสามารถเปิดกลับไปถึงบริเวณ High 40s สัปดาห์หน้าคือช่วงเวลาสำคัญ จังหวะของ Technical Setup ครั้งนี้กำลังชนกับ Macro Catalyst หลายรายการพอดี วันพุธจะมี July PCE ซึ่งเป็น Inflation Gauge ที่ Fed ให้ความสำคัญ จากนั้น Jackson Hole Economic Policy Symposium จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ถึง 29 สิงหาคม และเช้าวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม Kevin Warsh จะกล่าว Keynote ครั้งแรกในฐานะ Fed Chair ตรงนี้เป็น Event สำคัญ เพราะ Warsh ใช้ช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งลด Forward Guidance ทำ Statement ให้สั้นลง และไม่ต้องการ Telegraph ทิศทางนโยบายให้ตลาดรู้ล่วงหน้า ผลคือ ตลาดไม่รู้ชัดว่า Fed Chair กำลังคิดอะไร และเมื่อ Market Visibility ต่ำ คำพูดทุกคำก็มีน้ำหนักมากขึ้น FOMC รอบถัดไปจะมีขึ้นวันที่ 15 ถึง 16 กันยายน โดยตลาดกำลัง Price In โอกาสประมาณหนึ่งในสามของการขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่การลดดอกเบี้ย หลังจากการประชุมเดือนกรกฎาคมมี Regional Fed Presidents สามคนแสดงความเห็นสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย หลังจากนั้นวันที่ 17 กันยายนจะมี BOJ Rate Decision ซึ่งมีโอกาสสร้าง Volatility เพิ่มเติมให้ตลาด สิ่งที่น่าสนใจคือ Gold กำลังทำระดับสูงสุดในรอบประมาณ 3 เดือน ในขณะที่ตลาดกำลังถกเถียงถึงความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย นี่จึงไม่ใช่ Gold Rally แบบที่เกิดจากตลาดกำลัง Front-run Easing Cycle ตามปกติ แรงขับเคลื่อนสำคัญกำลังมาจาก Fiscal Credibility Concerns และ Dollar Weakness และนั่นทำให้ Rally รอบนี้มี Character รวมถึง Vulnerability ที่แตกต่างจาก Gold Rally ที่ตลาดคุ้นเคย
ในเชิง Tactical ภาพนี้ยังสร้าง Mechanism ที่สมเหตุสมผลสำหรับ Wave iv Pullback เพราะหากตลาด Metals อยู่ในภาวะ Overbought แล้ว Warsh ส่ง Signal แบบ Hawkish หรือแม้แต่เพียง Neutral ก็เพียงพอที่จะ Trigger การพักฐานได้ ดังนั้นจุดตัดสินของ Gold และ Silver ในตอนนี้ไม่ใช่ว่าราคาขึ้นมาแรงหรือไม่ แต่คือหลังจากขึ้นมาแรงแล้ว ตลาดจะย่อตัวแบบไหน Gold ทำ Technical Work ไปมากกว่า Silver ทั้งการ Reclaim 200 Day การ Retracement กลับมาประมาณ 70% และการ Flip โซน 4,400 จาก Resistance เป็น Support Silver ยังตามหลัง และจำเป็นต้องผ่านบริเวณ Low 70s เพื่อยืนยันว่าการขึ้นกำลังขยายจาก Gold ไปสู่ Precious Metals ทั้งกลุ่ม ทั้งสองตัวเริ่ม Overbought ใน Short Timeframe แต่ Weekly ยังมี Room เหลือ ช่วงประมาณสองสัปดาห์ข้างหน้าจึงมีโอกาสเป็นช่วงที่ตลาดให้คำตอบว่า Rally จาก July Low เป็นเพียง ABC 3 Waves ก่อน Downtrend กลับมาทำงานอีกครั้ง หรือราคาจะ Pullback แล้ว Hold Structure สร้าง Higher Low ก่อนเดินหน้าต่อเป็น Wave v ซึ่งจะเพิ่มน้ำหนักอย่างมากว่าตลาดกำลังสร้าง Motive Structure และอาจกำลังเข้าสู่ Trend ใหม่ ไม่จำเป็นต้องรีบเลือกฝั่งตั้งแต่ตอนนี้




