สินเชื่อใหม่สุทธิของจีนในเดือนกรกฎาคมลดลง 50.4 พันล้านดอลลาร์
Roronoa zoro 19 August 2026

สินเชื่อใหม่สุทธิของจีนในเดือนกรกฎาคมลดลง 50.4 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นการหดตัวรายเดือนเพียงครั้งที่ 3 ในศตวรรษนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรวัดสำคัญของการปล่อยสินเชื่อใหม่จากภาคธนาคารจีน และใช้เป็นตัวชี้วัดภาพรวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ สิ่งที่น่าจับตาคือ การลดลงครั้งนี้รุนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มากกว่า 3 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจจีนกำลังอ่อนแอลงอย่างชัดเจน หากดูเฉพาะสินเชื่อที่ปล่อยเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริง หรือ Real Economy สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลมากขึ้น เพราะเกิดการชำระคืนสินเชื่อสุทธิถึง 87.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการลดลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี 2002 ขณะที่ Aggregate Financing หรือมาตรวัดการระดมเงินทุนและสินเชื่อทั้งหมดในระบบ กลับเพิ่มขึ้น 207.7 พันล้านดอลลาร์ แต่เมื่อแยกองค์ประกอบออกมา จะพบว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวแทบทั้งหมดมาจากการออกพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นถึง 192.9 พันล้านดอลลาร์ ไม่ได้เกิดจากการฟื้นตัวของการปล่อยสินเชื่อภาคเอกชน พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เครดิตในระบบจีนยังคงเพิ่มขึ้น แต่ตัวขับเคลื่อนหลักไม่ได้มาจากบริษัทหรือภาคครัวเรือนที่กลับมากู้เงินเพื่อขยายธุรกิจและลงทุน แต่มาจากภาครัฐที่เข้ามาระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรมากกว่า

ในขณะเดียวกัน สินเชื่อระยะยาวของทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนก็ลดลง ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการลงทุนที่อ่อนแอ รวมถึงความต้องการในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงซบเซา ประเด็นนี้สำคัญ เพราะสินเชื่อระยะยาวมักสะท้อนความมั่นใจของภาคเอกชนต่อเศรษฐกิจในอนาคต หากบริษัทไม่ต้องการกู้เงินเพื่อขยายธุรกิจ และครัวเรือนไม่ต้องการกู้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ก็หมายความว่าความต้องการภายในประเทศยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างแข็งแรง ดังนั้น แม้ Aggregate Financing จะเพิ่มขึ้นกว่า 207.7 พันล้านดอลลาร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัวตามตัวเลขดังกล่าว เพราะเกือบทั้งหมดของการขยายตัวมาจาก Government Bond Sales ขณะที่ Organic Private Lending กลับอ่อนแอลงอย่างมาก ภาพที่เกิดขึ้นจึงแตกต่างจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวตามปกติอย่างชัดเจน ภาครัฐกำลังเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการขยายตัวด้านเครดิต ขณะที่ภาคเอกชนกลับลดการกู้ยืมและมีการชำระคืนหนี้มากขึ้น นี่จึงไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องสภาพคล่องในระบบ แต่สะท้อนถึงปัญหาด้าน Demand ของเศรษฐกิจโดยตรง บริษัทไม่ต้องการกู้เงินเพิ่ม ครัวเรือนไม่ต้องการกู้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ และความต้องการลงทุนยังคงอ่อนแอ

ตัวเลขสินเชื่อเดือนกรกฎาคมจึงกำลังส่งสัญญาณว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนกำลังเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว และแรงขับเคลื่อนจากภาคเอกชนกำลังอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Partner Brokers