สรุปข่าว: จีนยกเลิกซื้อ "ทองคำกระดาษ"
ข่าวที่แพร่หลายว่า "จีนยกเลิกซื้อทองคำกระดาษ" อาจทำให้เข้าใจผิด เพราะข้อเท็จจริงคือ จีนไม่ได้สั่งห้ามการซื้อขายทองคำทั้งหมด แต่เป็นการ ยุติบริการซื้อขายทองคำกระดาษแบบมีเลเวอเรจ (Paper Gold) สำหรับนักลงทุนรายย่อยผ่านธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่ง ที่เชื่อมกับตลาด Shanghai Gold Exchange (SGE)
- ธนาคารขนาดใหญ่ของจีน เช่น ICBC, Postal Savings Bank, Ping An Bank และ China Guangfa Bank ทยอยยุติบริการซื้อขายทองคำกระดาษสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยให้ปิดสถานะหรือรับมอบทองคำภายในกำหนด
- มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากการเก็งกำไร หลังราคาทองคำมีความผันผวนสูง และหน่วยงานกำกับดูแลต้องการควบคุมความเสี่ยงของนักลงทุนรายย่อย
- การซื้อทองคำแท่ง ทองคำจริง และการสะสมทองคำทางกายภาพยังดำเนินต่อไปตามปกติ ไม่ได้ถูกสั่งห้าม
- อาจทำให้ปริมาณการเก็งกำไรระยะสั้นในตลาดทองคำของจีนลดลง
- ความต้องการถือครองทองคำจริง (Physical Gold) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเปลี่ยนจากทองคำกระดาษไปถือทองคำจริง
- ในระยะยาว ตลาดทองคำจีนอาจมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะลดการซื้อขายที่ใช้เลเวอเรจสูง
แม้จะจำกัดการซื้อขายทองคำกระดาษ แต่ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำสำรองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าจีนยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ แม้ว่าจะควบคุมการเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อยก็ตาม
จีนดำเนินมาตรการนี้ด้วยเหตุผลหลายด้าน ไม่ใช่เพราะจีน "ไม่เชื่อทองคำ" แต่เป็นการแยก การลงทุนระยะยาว ออกจาก การเก็งกำไรระยะสั้น ดังนี้
1. ลดการเก็งกำไรที่ร้อนแรง
เมื่อราคาทองคำทำสถิติสูง นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเข้าซื้อทองคำกระดาษ ซึ่งมักใช้เงินลงทุนต่ำแต่มีความเสี่ยงสูง หากราคาผันผวนรุนแรง อาจเกิดการขาดทุนเป็นวงกว้าง
2. ลดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน
ธนาคารที่ให้บริการทองคำกระดาษต้องรับความเสี่ยงจากการซื้อขายของลูกค้า หากตลาดเคลื่อนไหวรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อธนาคารและเสถียรภาพของระบบการเงิน จีนจึงเลือกจำกัดผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง
3. สนับสนุนการถือครองทองคำจริง
ทองคำกระดาษเป็นเพียงสิทธิในการอ้างอิงราคาทองคำ ไม่ใช่การถือครองทองคำแท่งจริง การลดบทบาทของทองคำกระดาษอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนหันไปซื้อทองคำจริง ซึ่งช่วยให้ตลาดอิงกับอุปสงค์และอุปทานของทองคำมากขึ้น
4. ควบคุมความผันผวนของตลาด
ตลาดทองคำจีนเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของโลก หากมีการเก็งกำไรจำนวนมาก อาจทำให้ราคาผันผวนเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน มาตรการนี้จึงช่วยลดความร้อนแรงของตลาด
5. สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลจีน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนมีแนวโน้มเข้มงวดกับผลิตภัณฑ์การเงินที่มีลักษณะเก็งกำไรสูง ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ คริปโทเคอร์เรนซี หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ใช้เลเวอเรจสูง ทองคำกระดาษก็เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดังกล่าว
ระยะสั้น: อาจทำให้ปริมาณการซื้อขายและแรงเก็งกำไรจากจีนลดลง ส่งผลให้ราคาผันผวนลดลง
ระยะกลางถึงระยะยาว: ผลกระทบอาจไม่เป็นลบต่อราคาทองคำ หากนักลงทุนเปลี่ยนจากการถือทองคำกระดาษมาซื้อทองคำจริง เพราะจะสร้างอุปสงค์ต่อทองคำทางกายภาพมากขึ้น
**ทองคำกระดาษ (Paper Gold) คืออะไร?
ทองคำกระดาษ (Paper Gold) คือ การลงทุนที่อ้างอิงราคาทองคำ แต่ผู้ลงทุนไม่ได้เป็นเจ้าของทองคำแท่งจริง และโดยทั่วไปจะไม่มีการรับมอบทองคำทางกายภาพเมื่อซื้อขาย
พูดง่าย ๆ คือ คุณกำลัง ซื้อสิทธิที่มีมูลค่าผูกกับราคาทองคำ ไม่ใช่ซื้อทองคำแท่งจริง
สมมติราคาทองคำอยู่ที่ 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
> ทองคำจริง (Physical Gold):
- คุณซื้อทองคำแท่ง 1 ออนซ์ - ได้รับทองคำจริง เก็บไว้เองหรือฝากไว้ในห้องนิรภัย - หากราคาขึ้นเป็น 3,500 ดอลลาร์ คุณสามารถขายทองคำแท่งนั้นได้
> ทองคำกระดาษ (Paper Gold):
- คุณซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงราคาทองคำ 1 ออนซ์ - ไม่มีทองคำส่งมอบให้ - กำไรหรือขาดทุนขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำ
ทองคำกระดาษมีรูปแบบอะไรบ้าง?
- บัญชีทองคำ (Gold Account) ที่ธนาคารเสนอ
- กองทุน ETF ทองคำ (บางกองทุนมีทองคำจริงหนุนหลัง แต่ผู้ถือหน่วยไม่ได้รับทองคำโดยตรง)
- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures)
- ใบรับรองหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่อ้างอิงราคาทองคำ
- ซื้อขายสะดวกผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มออนไลน์
- ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาทองคำ
- สภาพคล่องสูง ซื้อขายได้รวดเร็ว
- บางผลิตภัณฑ์สามารถใช้เงินลงทุนน้อยหรือใช้เลเวอเรจได้
- มีความเสี่ยงจากผู้ออกผลิตภัณฑ์หรือคู่สัญญา (ขึ้นกับประเภทของผลิตภัณฑ์)
- หากใช้เลเวอเรจ ความเสี่ยงในการขาดทุนจะสูงขึ้น
- ในบางกรณีอาจไม่สามารถขอรับทองคำจริงได้
เรียบเรียงโดย : TraderHoues