ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง แม้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจะเพิ่มขึ้น และมีโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย
Robin Hood 14 July 2026
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง แม้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจะเพิ่มขึ้น และมีโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย
 
- ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจฟื้นตัว เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
- กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน โดยระบุว่ามีกำลังพลสหรัฐฯ กว่า 50,000 นายประจำการอยู่ทั่วตะวันออกกลาง
- เครื่องมือ CME FedWatch แสดงให้เห็นว่ามีโอกาส 51% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน เทียบกับโอกาส 23% ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้
 
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ซึ่งวัดมูลค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล กำลังอ่อนค่าลงหลังจากแข็งค่ามาสองวันติดต่อกัน และซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 101.20 ในช่วงตลาดเอเชียวันอังคาร
 
อย่างไรก็ตาม การลดลงของดอลลาร์อาจมีจำกัด ท่ามกลางความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านครั้งใหม่ โดยระบุว่าขณะนี้มีกำลังพลสหรัฐฯ กว่า 50,000 นายประจำการอยู่ทั่วตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 2 ลำที่ละเมิดกฎถูกทำลายในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากไม่สนใจคำเตือนและใช้เส้นทางที่มีทุ่นระเบิด อิหร่านเตือนว่า การร่วมมือกับสหรัฐฯ จะทำให้การเปิดช่องแคบล่าช้าและก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานโลก
 
ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันจะบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง ความคาดหวังของตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเครื่องมือ CME FedWatch Tool แสดงให้เห็นว่ามีโอกาส 51% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน เมื่อเทียบกับโอกาสเพียง 23% ที่อัตราดอกเบี้ยจะคงที่
 
นักลงทุนกำลังรอรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ในวันอังคาร ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีความแตกต่างระหว่างอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า กับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3%
 
นอกจากนี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เควิน วอร์ช จะให้การต่อสภาคองเกรส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนจะวิเคราะห์คำพูดอย่างละเอียดเพื่อหาเบาะแสว่าธนาคารกลางจะยืนยันท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นของตลาดหรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Partner Brokers