อเมริกา-อิหร่าน : จากพันธมิตร สู่คู่แค้น ย้อนรอยความแค้นในรอบ 70 ปี ทำไมจึงทะเลาะกัน
อเมริกา-อิหร่าน : จากพันธมิตร สู่คู่แค้น ย้อนรอยความแค้นในรอบ 70 ปี ทำไมจึงทะเลาะกัน
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเคยเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นและใกล้ชิดกันมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงสงครามเย็น อิหร่านทำหน้าที่เป็นเสมือน "ตำรวจภูมิภาค" และฐานที่มั่นสำคัญในการสกัดกั้นอิทธิพลของสหภาพโซเวียตในตะวันออกกลาง แต่ความสัมพันธ์ได้พลิกผันกลายเป็นศัตรูคู่แค้นนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี ค.ศ. 1979
ยุคเป็นพันธมิตรและเพื่อนรัก (ก่อนปี 1953)
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ และอิหร่านมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี (Shah Mohammad Reza Pahlavi) กษัตริย์แห่งอิหร่านผู้มีแนวทางนิยมตะวันตกอย่างเต็มที่
ยุคทองแห่งความร่วมมือ (ค.ศ. 1953 - 1979)
แลกกับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ พระเจ้าชาห์ได้เปลี่ยนอิหร่านให้เป็นประเทศสมัยใหม่และเป็นมิตรที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางสหรัฐฯ ส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดให้อิหร่าน และชาวอเมริกันจำนวนมากเข้าไปทำงานในอิหร่าน และสิทธิการผลิตน้ำมันกิจการน้ำมันส่วนใหญ่ อังกฤษควบคุม
อิหร่านและสหรัฐฯ มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 นี่คือเหตุผลว่า ทำไมสหรัฐฯ และอิหร่าน จึงไปกันไม่ได้
นายกรัฐมนตรีโมฮัมหมัด มอสซาเดก ของอิหร่าน ต้องการยึดสิทธิการผลิตน้ำมันกลับมาเป็นของรัฐ เพราะกิจการน้ำมันส่วนใหญ่ ถูกอังกฤษควบคุม ขณะที่ชาวอิหร่านส่วนใหญ่ ไม่ได้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันของประเทศ หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และอังกฤษ จึงวางแผนรัฐประหารกำจัดนายกฯ อิหร่าน ออกจากรัฐบาล
โมฮัมหมัด เรซา ชาห์ ขึ้นมาบริหารประเทศแทน ด้วยการสนับสนุนของสหรัฐฯ พระองค์ทรงใช้หน่วยตำรวจลับ ซาวัก ปิดปากคนที่เป็นศัตรูกับพระองค์ อยาตอลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำอิสลาม กลายเป็นศัตรูสำคัญ แต่เขาต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ หลังโจมตีพระเจ้าชาห์
ประชาชนโกรธแค้น และขับไล่พระเจ้าชาห์ ขณะที่โคไมนี เดินทางจากปารีส กลับมาอิหร่านในปี 1979 แล้วก็ถึงคราวที่พระเจ้าชาห์ ต้องลี้ภัยบ้าง สร้างความกังวลต่อสหรัฐฯ อย่างมาก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อิหร่านได้กลายเป็น สาธารณรัฐอิสลาม ครูสอนศาสนา กลายเป็นผู้นำสูงสุดคนแรกของประเทศ
ความรู้สึกต่อต้านชาวอเมริกัน มีอยู่สูงมากในอิหร่านยุคใหม่ ส่วนพระเจ้าชาห์ที่ทรงถูกขับไล่ได้เสด็จไปยังสหรัฐฯ เพื่อรักษาพระอาการประชวร ยิ่งทำให้ชาวอิหร่านไม่พอใจมากขึ้น
1979-1981: วิกฤตตัวประกัน
นักศึกษาที่สนับสนุนโคไมนี ได้บุกสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน และจับชาวอเมริกัน 52 คนไว้เป็นตัวประกันนาน 444 วัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ เริ่มคว่ำบาตรอิหร่านครั้งแรก
1980: สงครามอิหร่าน-อิรัก
อิรักบุกอิหร่าน ทำให้เกิดสงครามขึ้น ขณะที่การสู้รบยืดเยื้อ สหรัฐฯ ได้เพิ่มการช่วยเหลืออิรัก มากถึงระดับที่มีนัยสำคัญ คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งนี้ราว 1 ล้านคน โคไมนี ผู้นำอิหร่าน ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง หลังจากสู้รบกันมานาน 8 ปี
1988: เครื่องบินโดยสารถูกยิงตก
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เลวร้ายลงไปอีก รัฐบาลอิหร่าน เห็นว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล เป็นศัตรูตัวฉกาจ ในปี 1988 เรือรบของสหรัฐฯ ยิงเครื่องบินของอิหร่านแอร์ตก สหรัฐฯ ไม่เคยขอโทษ ต่อเหตุการณ์ที่ระบุว่า เป็นความผิดพลาดนี้
2002: "แกนแห่งความชั่วร้าย"
ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประณามสิ่งที่เขาเรียกว่า 'แกนแห่งความชั่วร้าย' รวมถึง อิหร่าน, อิรัก และเกาหลีเหนือ สหรัฐฯ หันมาให้ความสำคัญกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ประชาคมโลกคว่ำบาตรอิหร่านอย่างหนัก การส่งออกน้ำมันและเศรษฐกิจของอิหร่าน ได้รับความเสียหายอย่างมหาศาล
อิหร่าน ยืนกรานว่า กิจกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่าน เป็นไปอย่างสันติ แต่อิหร่านก็ยอมจำกัดกิจกรรมนิวเคลียร์ตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 เพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่ 3 ปีต่อมา สหรัฐฯ ก็ได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงนี้ และยังระบุว่า กองกำลังป้องกันการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน เป็น 'กลุ่มก่อการร้าย' ทำให้เกิดเหตุการณ์ในปัจจุบันขึ้น
บุคคลที่มีส่วนสำคัญในความขัดแย้งในปัจจุบันคือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านเหมือนเดิม และยังเพิ่มมาตรการกดดันใหม่ ๆ เขาถึงขั้นพิจารณาใช้ปฏิบัติการทางทหารด้วย
อิหร่านระบุว่า ขณะนี้ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ขณะที่ความตึงเครียดกำลังเพิ่มสูงขึ้น ก่อนจะเข้าสู่การเจรจา MOU หยุดยิง 60 วันขณะนี้ โดยที่สหรัฐยกเลิกมาตรการการคว่ำบาตรบางส่วนอิหร่าน และยังเรื่องการคืนเงินที่ยึดไว้ของอิหร่าน เนื่องจากสหรัฐ ทนต่อแรงกดดันจากผลกระทบการปิดช่องแคบฮอร์มุสของอิหร่านไม่ได้นั่นเอง
ติดตามสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป จะกลับมาเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันเหมือนดังเดิมได้หรือไม่ หรือ จะยังคงเป็นศัตรูอันดับต้นๆต่อกันตลอดไป
เรียบเรียงโดย : TraderHouse